วันเราอาสา ครั้งที่ 7 (5-6 กุมภาพันธ์ 2547)

ABAC ในสายตาของคนนอก หมายถึง การเดินทางมาถึงของทุนขนาดใหญ่ที่แฝงอยู่ข้างในความนึกคิดของนักศึกษา ..รูปแบบชีวิตที่พร้อมจะรับเอาทุก ๆ แบรนด์เนมของความหรูหราอย่างไม่อาจตั้งคำถาม คิดและสร้างความหมายให้แก่ชีวิตได้ไม่มากเกินกว่าการเรียนและการทำงานที่สร้างเงิน..แล้วอะไรเล่า คือ สิ่งที่มากกว่านั้นในความหมายของชีวิต..

ชมรมค่ายอาสาพัฒนาชนบท ม.อัสสัมชัญ เป็นมุมหนึ่งและด้านตรงข้ามของความคิดนักศึกษาเอแบคส่วนใหญ่และ หรืออาจจะรวมถึงใครอีกหลายคนที่ไม่เคยสร้างความหมายแก่ชีวิตมากไปกว่า กิน เดิน นั่ง นอน.. วันเราอาสา ครั้งที่ 7 พร้อมกับเวทีเสวนา วิกฤตเด็กรุ่นใหม่ภายใต้การครอบงำของทุนนิยม หมายถึง การถามกลับถึงความคิดและชีวิตของคนหนุ่มสาวยุคใหม่..ที่ผู้ใหญ่บางคนพูดถึงด้วยกังวานเสียงของความสิ้นหวัง..

นักศึกษาคืออะไร..เรียนและมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร.. เป็นคำถามพื้นฐานที่นักศึกษาไม่ว่ามหาวิทยาลัยไหนมองข้ามผ่าน และไม่มากไปกว่านั้นการศึกษากลับไม่สอนให้เขาเหล่านั้นพูดถึงเรื่องสังคม และกลับเป็นเรื่องของความไม่จริงใจในเงื่อนงำของผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง กับใครก็ตามที่พยามยามพูดถึง ทำและช่วยเหลือคนเหล่านั้นและหลังจากนั้น คือ การใช้ชีวิตอย่างไม่แยแส..

สังคมยุคเอื้ออาทร เคลื่อนตัวเองไปพร้อมกับการเข้ามาถึงของทุนครอบงำและแม้ผู้นำประเทศจะอ้าแขนรัด นำวิถีทางของทุนเข้ามาใช้ในการบริหารประเทศ หากมีคนกลุ่มหนึ่งที่มีความคิดเห็นไปในทางตรงกันข้าม..

..ผม..ไม่เชื่อว่าทุนหรือระบบใดใดเพียงระบบเดียว จะนำพาสังคมหรือโลกนี้ให้อยู่รอดปลอดภัย และสมดุลของความหลากหลายเพียงเท่านั้นถึงจะก่อเกิดการสร้างสรรค์ …เป็นทฤษฎีของ..พี่อั๋น ชูวิทย์ จันทรส ที่ยึดโยงความคิดของเขาเอาไว้กับระบบงานการเมืองที่เขาทำ..คุณรู้ไหมว่าผมเรียนจบคณะโฆษณาประชาสัมพันธ์ ม.รามคำแหง สิ่งที่เป็นบทสรุปสุดท้ายหลังจากเรียนจบแล้ว คือ ผมรับรู้ว่าวิชาโฆษณาสอนให้ผมพร้อมที่ ..หลอก..ใครก็ตามให้หลงเชื่อและควักเงินของตัวเองออกมาเพื่อสินค้าของผม..นี่หรือครับสิ่งที่การศึกษาสอน..

เราจำเป็นต้องหาสมดุลให้ได้ระหว่างการใช้ชีวิตส่วนตัวและส่วนรวม เรื่องส่วนตัวของนักศึกษาคืออะไรครับ..เรียนให้จบ ทำงาน..เรื่องส่วนรวมล่ะครับคืออะไร..คือประชาชน ใช่ไหม ..คุณก้าวทันความคิดเหล่านี้ได้หรือเปล่า นี่คือประเด็นครับ.. และงานอาสาพัฒนาเป็นอีกหนึ่งหนทางที่พี่อั๋นบอกว่าจะเป็นการก้าวออกจากโลกส่วนตัวเพื่อไปให้ถึงโลกของส่วนรวม.. และชีวิตสอนให้พี่อั๋นทราบว่า พ่อแม่คือประชาชนคนแรกที่เราต้องให้ความรัก…

เราคงไม่อาจสร้างสูตรสำเร็จของการใช้ชีวิตได้ ..การเดินทางของชีวิตอย่างตั้งคำถามเท่านั้นจึงจะสร้างชุดคำตอบให้แก่เราได้ สิ่งสำคัญ คือ หาความสุขให้เจอ.. พี่กุ๋ย ศรัทธา ปลื้มสูงเนิน จาก กลุ่มไม้ขีดไฟ เริ่มต้นเล่าวิธีคิดของเขา..ความสุขง่าย ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องซื้อหา และการให้เงินเป็นตัวตั้งในชีวิตใช่ความสุขจริง ๆ หรือ..นักศึกษาเป็นวัยที่ปลอดจากการกดดันจากชีวิตและเอื้อให้เกิดการตั้งคำถาม ค้นหา..สำคัญ คือ คุณต้องแน่ชัดว่าสิ่งที่คุณกำลังเดินเข้าไปหา นั่นคือ ความสุขที่คุณต้องการ และคุณต้องจริงใจกับมันในทุกกรณี..

ความรู้ คือ ดาบสองคม คุณต้องใช้มันอย่างมีจุดมุ่งหมาย ..ทุกวันนี้เรากำลังใช้ความรู้ของเราเบียดบัง สร้างความได้เปรียบจากความไม่รู้ บังคับเอาจากคนอื่นอย่างเฉยเมย..คุณเรียนหนังสือทุกวัน คุณเคยถามตัวเองหรือไม่ว่าความรู้ที่คุณมีจะสร้างประโยชน์แก่โลกและส่วนรวมได้อย่างไร ..หรือจะอยู่ร่วมกับสังคมนี้ในฐานะอะไร..ฐานะอะไร พี่กุ๋ยย้ำชัด..คุณต้องมองตัวเองให้ออกว่าคุณจะทำอะไรได้ ทำมันและหนักแน่น..

ใช่หรือไม่ว่า เราต้องสร้างฐานะตัวเองก่อนแล้วถึงแบ่งปัน..หากความหมายของการช่วยเหลือหมายถึงการให้เงินเท่านั้น ..มันดูง่ายดายมาก คนไทยคุ้นเคยกับการช่วยเหลือสังคมในลักษณะนี้..สำหรับผมเวลาของการสร้างฐานะตัวเองต้องเกื้อกับการสร้างประโยชน์แก่สังคมนี้ ..พี่อั๋นสำทับอีก..เราจะตอบโจทย์อย่างไรหากเวลาเราหมด เพราะเราใช้เวลาทั้งหมดทุ่มเทกับการทำเงิน..

ชีวิต..ในความหมายของการเอาตัวเองเป็นส่วนหนึ่งในสังคมได้อย่างไร..ยังไม่เป็นบทสรุปที่สุด การออกแบบชีวิตเป็นเรื่องราวเฉพาะที่มีตัวเองเท่านั้นเป็นผู้สร้าง ..และคุณออกแบบชีวิตในมุมมองไหน..หากจะไม่หลอกลวงตัวเอง คุณทราบดีว่ามีคนทุกข์ยากจริง..เพียงคุณจะมีท่าทีอย่างไร เพียงใด..ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สังคมหมุนตัวเองไปตามความคิดเห็นของคนตามยุคสมัยและคุณต้องยืนอยู่ให้ได้อย่างเต็มตัวตน..

เงินไม่มีความหมายและสำคัญไม่เกินไปกว่าความรู้ หากความรู้คืออาวุธ ประชาชนต้องได้รับการตอบสนองสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เงิน..แต่ขณะเดียวกันเราต้องบอกเขาว่าใช้อาวุธเพื่ออะไร.. หรือคุณใช้อาวุธเพื่ออะไร ..อย่าใช้ความรู้อย่างเซลล์มะเร็ง เซลล์มะเร็งทำลายเซลล์อื่น ๆ ในร่างกายแต่มันลืมไปว่ามันกำลังทำลายตัวมันเองด้วย..และสองหนุ่มทิ้งท้าย..ด้วย..

“..ฉัน..ไม่คิดว่าการมีชีวิตอยู่เพียงแต่จะกินในวันหนึ่ง..และแสวงหาความสุข สนุกไปวันหนึ่ง..และก็รอวันเจ็บป่วยและตายนั้นเป็นสิ่งที่มีค่าอะไร..ชีวิตเช่นนั้นเป็นของว่างเปล่า..ราวกับว่าไม่ได้เกิดมาเลยในโลกนี้ ชีวิต..เช่นนั้นไม่มีความหมายสำหรับฉัน หากฉันอยู่ฉันจะอยู่ในชีวิตที่ดีงามและมีชีวิตที่ดีงามนั้นต้องเป็นอะไรมากกว่าการหากิน ความสนุกและรอวันตาย..ชีวิตที่ดีงามมีอยู่ เพื่อจะถูกใช้ให้เป็นประโยชน์แก่คนอื่น” – ศรีบูรพา

กังหันลมยืนโดดเดี่ยว งานวันเราอาสา มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ตกอยู่ภายในสภาวะเช่นอย่างนั้นและในหลายกรณี อาสาพัฒนา ถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับความยากลำบากและไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำความรู้จัก คนส่วนใหญ่เลือกหนทางที่ง่ายและหอมหวานและยอมรับกลุ่มคนทำงานอาสาพัฒนาอย่างเสียไม่ได้.. ไม่มีเหตุผลใดสำหรับการไม่ยอมรับ นอกจากว่า สังคมยุคทุนไม่ได้สอนให้คนผูกพันตัวเองกับประชาชน นอกจากถีบตัวเองให้เหนือกว่าภายในความรู้ที่ลอยอยู่เหนือโลกของความเป็นจริง ..และผลิตคนเพียงเพื่อล้วงเอาจากคนอื่นให้ได้มากกว่าเท่านั้น..

อย่างไม่มีความหมายใด ๆ กังหันลมยังคงหมุนไปอย่างนั้นในกระแสลมหลักของยุคสมัย หากเพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้นที่พยายามหมุนทวนสายลม สร้างความคิด ชีวิตอย่างใหม่..คุณจะเป็นอย่างไร.. ชมรมค่ายอาสาพัฒนา อัสสัมชัญ อาจเป็นได้ในหลายคำตอบ..ที่คุณค้นพบ

ThaiNGO.org

บรรยายกาศงาน
เสวนา “วิกฤติเด็กรุ่นใหม่… ภายใต้การครอบงำของระบบทุนนิยม” โดย สหรัช ดาวพิเศษ (ผู้ดำเนินรายงาน) / ชูวิทย์ จันทรส (อั๋น) / คีคนางค์ สุวรรณทัต (ฟ้า) / ศรัทธา ปลื้มสูงเนิน (กุ๋ย)
วงเสวนาเล็ก ๆ ที่เนื้อหาเข้มข้น
เพื่อนนักศึกษาทยอยมาชมดนตรียามเย็น
น้าหงา สุรชัย จันทิมาธร มาประจำทุกปี
เหล่าทีมงานผู้จัดงาน กับ น้าหงา
ครอบครัวดนตรี โฮป แฟมิลี่
ปิดท้ายด้วย วงปุถุชน

10 thoughts on “วันเราอาสา ครั้งที่ 7 (5-6 กุมภาพันธ์ 2547)

  1. จบไปอีกปีแล้วครับ…

    คนดู คนสนใจ ยังน้อยเหมือนเดิม… หลาย ๆ ครั้ง หลาย ๆ ห้วงอารมณ์ความรู้สึกพวกเราท้อเหมือนกัน ไม่รู้ว่ากำลังสู้กับอะไรอยู่… แต่ทุกครั้งคำพูดให้กำลังใจของพี่ ๆ ของวิทยากร ของพี่หงา ของพี่สุเทพและหลาย ๆ คนที่มีส่วนในงานนี้ ยังยืนยันจะเราว่า เราทำถูกและดีแล้ว….

    ไม่รู้สิครับ…น้อง ๆ ในค่ายฯ กำลังเดินมุ่งมั่น ค้นหา ตั้งคำถาม
    ในขณะที่หลายคนคงลืมคำตอบนั้นไปหมดแล้ว…ละมั้ง ???

  2. ได้มีโอกาสแวะมาเยี่ยมน่ะค่ะ
    เราอยู่บนดอยสูงเชียงราย
    สนใจกิจกรรมลักษณะนี้มาก

    เพราะเราก็เติบโตมากับกิจกรรมค่าอาสาเหมือนกัน

    ขอให้กำลังใจนะคะ
    แม้ว่าเราจะอยู่ห่างไกลกันมากเหลือเกิน
    แต่เราก็ผูกพันกันด้วยดวงจิตที่มุ่งมั่นในสิ่งหมายเดียวกัน
    เอาน่า….อย่าเพิ่งท้อสิคะ

    หวังว่าจะมี วันเราอาสา ครั้งที่ 8 และ 9 และต่อ ๆ ไปนะคะ

  3. บางครั้ง ก็ยังมีคนที่เค้าชอบ เค้าสนใจ เค้าเข้าถึงความรูสึก และเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง แต่เค้าอาจจะไม่ได้ไปยืนอยู่ตรงนั้น อย่างน้อยก็ยังมีคนที่ปรารถนาในกิจกรรมนี้ กำลังใจอาจจะไม่พอ แต่สำหรับคนที่ไม่มีกำลังใจเลย กำลังใจเดียวก็มีค่ารวบรวมไว้เถอะค่ะ เผื่อวันนึงกำลังใจที่สะสมไว้จะก่อเกิดเป็นพลังให้มีแรงที่จะทำสิ่งที่ดีแบบนี้ต่อไป

    …….เด็กใต้…เอาใจช่วย………

  4. ไม่มีอะไรพูดมากไปกว่า เราทำสิ่งที่ดี ๆ สร้างสรรค์สังคมใ้ห้มีแต่สิ่งดี ๆ คนที่เค้าไม่ฟังช่างเค้าเราไม่สนใจแต่เราจะทำ ใช่ใหมค่ะ พี่รัตติกาล ยังไงสักวันต้องมีเด็ก ๆ รุ่นน้องเห็นอย่างเป็นแน่่ค่ะอย่างน้อยก็ป้อมคนหนึ่งแหละที่อยากจะทำและช่วยเหมือนที่พี่ ๆ ชาวค่ายทุกคนได้ทำกันและยังมีความหวังว่าป้อมจะได้ทำงาน และช่วยเหลือสังคมอย่างที่พี่ ๆ ทำกัน และรอวันที่จะไปค่ายค่ะ

  5. ดูแล้วก็จัดได้ดีนะครับ ส่วนคนจะเงียบเหงาหรืออย่างไรนั้น ไม่ต้องหาเหตุผลหรอกนะครับ เพราะช่วงนี่นาฬิกามันกำลังเดินอยู่เลขหนึ่ง ไม่นานมันก็จะเดินไปหาเลขที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ เพียงเเต่เราต้องยังอยู่ เพื่อรอโอกาส

    มันเป็นอย่างนี้มานานแล้ว

  6. ขอบคุณมากครับ และขอแสดงความยินดี กับงานและความคิดที่ต้องการของคุณ ๆ เมื่อดูแล้วนึกถึงความหลังเก่า ๆ เพราะเห็นแล้ว ดีใจที่เห็นคนรุ่นใหม่ ยังสนใจทำอยู่
    โอโห..ดนตรีจากวงโปรดของผมทั้งนั้นเลย

    เออ..ผมหลงเข้ามาโดนบังเอิญครับ ขอให้ถือว่าเป็นนักท่องเที่ยวตามเน็ตก็แล้วกัน เพราะเข้าถ้ำประจำที่เว็บของไทยเอ็นจีโอไม่ได้ อ้างไหง..มาเจอชื่อคุณ จ.จืด และ Annop NOK ที่นี่แล้ว น่าจำนำไปลงในคนอื่นได้อ่าน ขอบคุณ

  7. แวะเข้ามาเยี่มชมค่ะ เห็นเป็นกิจกรรมที่ดีและอีกอย่างเราก็เป็นคนอาสาเหมือนกัน ตัวดิฉันอยากให้มีกิจกรรมที่เป็นจุดรวมตัวของฅนอาสาทุกที่มาร่วมพูดคุยกันแต่ก็ไม่ได้ทำเสียที

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *